กัญชา ใช้ "แทนที่" ยาคลายเครียดได้จริงหรือ?

งานวิจัยล่าสุดที่คาดว่าจะเป็นชิ้นแรกที่พบว่าการใช้กัญชาเป็นประจำอาจทำให้คนมีแนวโน้มวิตกกังวลน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป การศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่ชื่อ Psychopharmacology โดยจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ใช้กัญชาเป็นประจำทุกวันหรือเกือบทุกวัน มักมีปฏิกิริยาทางความเครียดที่โฉ่งฉ่างเมื่อพวกเขาประสบกับสถานการณ์ที่มีความเครียดสูงหลังจากการงดใช้กัญชามาระยะหนึ่ง ในขณะที่ผู้ที่ไม่ใช้กัญชารายงานว่าพวกเขามีความรู้สึกวิตกกังวลและประสบกับระบบฮอร์โมนคอร์ติซอล (Crotisol Hormone)ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ตอบสนองต่อความเครียดที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อพวกเขาเกิดความเครียด ส่วนผู้ที่ใช้กัญชาเรื้อรังรายงานว่าพวกเขามีระดับความวิตกกังวลที่น้อยกว่า และฮอร์โมนคอร์ติซอลของพวกเขามีค่าเท่าเดิมแม้พวกเขามีความเครียด

 “จากการค้นพบของเรา ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของกัญชาที่มีผลต่อความเครียดนั้นดูเหมือนจะออกฤทธิ์เกินกว่าระยะเวลาของการมึนเมา” ดร. Carrie Cuttler นักวิจัยและผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิกจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตัน กล่าว “แต่ว่า…” เธอเตือน “เรายังบอกไม่ได้แน่ชัดว่าการตอบสนองต่อความเครียดแบบนั้นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี” เรารู้ว่าหากมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่มากเกินไป แน่นอนว่านั่นไม่ดีแน่ๆ มันเกี่ยวเนื่องกันทุกอย่างตั้งแต่ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ไปจนถึงปัญหาทางเดินอาหาร โรคหัวใจ โรคนอนไม่หลับ และปัญหาด้านความทรงจำ แต่หากฮอร์โมนคอร์ติซอลน้อยเกินไปก็อาจเป็นปัญหาเช่นกัน เนื่องจากฮอร์โมนนั้นจะช่วยให้เราสามารถกระตุ้นการกักเก็บพลังงานและตอบสนองต่อสถานการณ์ตึงเครียดได้

ดร.Carrie กล่าวว่าจำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบว่าการตอบสนองของฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ลดลงของผู้ใช้กัญชาเรื้อรังนั้น จะเป็นอันตรายในท้ายที่สุดเมื่อได้ทำการจัดการกับความวิตกกังวลในระยะยาวหรือไม่? ซึ่งเธอบอกว่าพวกเขาได้ทำแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาพบว่าจะมีแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับกัญชาและการพึ่งพาตนเองอยู่ 

 “เราโฟกัสที่อาการของการถอนตัวของผู้ใช้กัญชาเรื้อรัง เพื่อดูว่าพวกเขามีระดับความต้องการกัญชาเพิ่มขึ้นหรือไม่เมื่อพวกเราเกิดความเครียด” เธอเผย “และมันน่าประหลาดใจมากที่เราไม่พบหลักฐานอะไรเลยที่ระบุว่าพวกเขาต้องการมากขึ้น” โรควิตกกังวลเป็รโรคทางจิตเวชที่พบกได้มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันประมาณ 40 ล้านหรือมากกว่า 18% ของประชากรได้รับผลกระทบจากโรควิตกกังวลทุกปี ยากลุ่ม Benzodiazepines เช่น Xanax และ Klonopin มักถูกจ่ายออกไปเพื่อบรรเทาความวิตกกังวลเฉียบพลันในระยะสั้นและอาการแพนิค(Panic Attack) ในขณะที่ยาพวกนั้นมีประสิทธิภาพอย่างน่าเหลือเชื่อในระยะสั้น ซึ่งผลข้างเคียงของยายังรวมถึงความเหนื่อยล้า สับสน ความอดทนและการพึงพาตนเองก็สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว โดยในปี 2558 ชาวอเมริกันกว่า 8,000 คนเสียชีวิตเนื่องจากการใช้ยากลุ่ม Benzodiazepines
 

ยากลุ่ม Selective serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) เช่น Prozac และ Zoloft มักถูกจ่ายสำหรับการบรรเทาความวิตกกังวลระยะยาว แต่พวกมันก็มาพร้อมกับผลข้างเคียงของยาที่ยาวเหยียดและไม่ค่อยดีนัก เช่นการนอนไม่หลับและการง่วงซึมไปจนถึงการปวดหัว ความต้องการทางเพศต่ำ และเพิ่มความเสียงของการฆ่าตัวตาย

ความวิตกกังวลยังเป็นหนึ่งสาเหตุของการใช้กัญชาอย่างแพร่หลาย และงานวิจัยก็แสดงให้เห็นว่ามันมีผลข้างเคียงเชิงลบที่ค่อนข้างน้อยและแทบไม่มีความเสี่ยงจากการใช้ยาเกินขนาด แต่เนื่องจากมันยังถูกจัดอันดับ 1 ในตารางของสหพันธรัฐ จึงมีงานวิจัยเพียงเล็กน้อยเพื่อทดสอบศักยภาพในการรักษาโรคระยะยาวของกัญชาเพื่อรักษาความวิตกกังวล จนกระทั้งการศึกษาของดร. Carrie 

 หลังจากนั้น ดร.Carrieและเพื่อนร่วมงานจะดำเนินการวางแผนเพื่อศึกษางานวิจัยนี้อีกครั้งแต่เป็นงานวิจัยแบบระยะยาวเพื่อดูว่าการค้นพบของพวกเขายังคงเป็นเช่นนั้นอยู่หรือไม่ ในท้ายที่สุดพวกเขาหวังว่าจะได้ทำการจำลองการศึกษาในหนูเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่พวกเขาค้นพบเป็นจริง “หนึ่งในข้อจำกัดของงานวิจัยนี้คือเราไม่สามารถจัดการกับผู้ที่ใช้กัญชาเป็นประจำทุกวันหรือไม่ใช้ได้ ดร.Carrie อธิบาย “ดังนั้นในขณะที่การวิจัยของเราระบุว่าพวกเขาการตอบสนองต่อควาเครียดน้อยกว่า ก็มีแนวโน้มของความเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะมีความเครียดน้อยกว่า และก็มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะกลายเป็นผู้เสพติดกัญชาอีกด้วย โดยในการศึกษาในหนูนั้นพวกเราก็จะสามารถจัดการกับความเครียดและปริมาณการใช้ได้”

ในการศึกษาล่าสุดที่ได้ตีพิมพ์ในงานวิจัยทางเภสัชวิทยาพบว่า Cannabidiol (CBD) อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสารสื่อประสาท GABA ซึ่งทำหน้าที่ต่อต้านและระงับสารเคมีที่กระตุ้นโดยคอร์ติซอลในการตอบสนองต่อความวิตกกังวลของสมองเช่นเดียวกับกรูโคส ในขณะที่ปริมาณ THC ที่สูงมีศักยภาพที่จะทำให้เกิดความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น CBD นั้นไม่ทำให้เกิดการมึนเมาดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงแบบเดียวกัน

ในขณะที่การวิจัยที่เกิดขึ้นใหม่นี้มีแนวโน้มที่สดใส ดร. Carrieเน้นว่าไม่ว่าจะเป็นกัญชาหรือเภสัชภัณฑ์ก็ไม่ควรจะเป็นหลักสูตรแรกของการรักษาความวิตกกังวล 

“ ในฐานะนักจิตวิทยาคนหนึ่ง ฉันเชื่อว่าการบำบัดด้วยความรู้ความเข้าใจ (CBT) เป็นการบำบัดที่เหมาะสำหรับอาการวิตกกังวล” เธอกล่าว “ ในระยะสั้นยาลดความวิตกกังวลและ CBT มีผลลัพธ์ที่เท่าเทียมกัน แต่ในระยะยาวผลของการรักษาด้วยยา CBT 8-10 ครั้งจะอยู่ได้นานกว่ายาที่ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ฉันเห็นกัญชาในลักษณะเดียวกัน – มันอาจช่วยรักษาอาการของความวิตกกังวลให้หายไปได้ แต่มันจะทำให้ผู้ป่วบไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง “

 

ที่มา : Kristina Marusic
เนื้อหา : Ploybuii

กัญชา ใช้แทนที่ ยาคลายเครียด ได้จริงๆหรือ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to top